ซื้อภาพที่ไหนดี? ธุรกิจอย่างเราเหมาะกับ Package แบบไหน? แต่ละเว็บต่างกันอย่างไร?

ซื้อภาพที่ไหนดี? ธุรกิจอย่างเราเหมาะกับ Package แบบไหน? แต่ละเว็บต่างกันอย่างไร?

  • ถ้าอยากฟัง Content นี้รูปแบบเสียง เลื่อนลงด้านล่างครับ

หากใครที่กำลังอยากที่จะซื้อ Package ภาพ ผ่าน Agency หรือที่เราเรียกกันว่า “การซื้อภาพผ่านเว็บไซต์ขายภาพ” ต่างๆ บทความนี้จะเป็นอีกหนึ่งบทความที่อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น  ซึ่งในตลาดมีหลากหลายเว็บไซต์ แต่ผมจะมารีวิวให้ฟัง 3 เว็บไซต์  อย่าง Shutterstock, Freepik, 123RF เพราะทั้งสามเว็บไซต์นี้เราได้ใช้งาน และเป็นลูกค้าเขาจริงๆ

ทำไมเราต้องซื้อภาพออนไลน์?

สำหรับผู้อ่านหลายท่านอาจจะไม่เคยอยู่ในเเวดวงของการทำงานออกแบบ หรือการซื้อภาพผ่านเว็บไซต์ที่กล่าวไปข้างต้น อาจจะสงสัย 

ต้องบอกก่อนว่าเว็บไซต์ที่ขายภาพออนไลน์ในปัจจุบันนั้น มีรูปแบบโมเดลในสองฝั่งคือฝั่งผลิต และฝั่งผู้ซื้อ เว็บไซต์ต่างๆ เป็นเหมือนเอเจนซี่ที่เชื่อมระหว่างสองผ่ายเข้าด้วยกัน โดยมีเอเจนซี่หรือเว็บไซต์พวกนี้แหละที่มาเป็นตัวกลาง  ซึ่งภาพถ่าย ไฟล์ Vector  จะถูกรวบรวมมาให้เราเลือกใช้จากดีไซเนอร์จากทั่วทั้งโลก 

ทำให้ในแง่ของการทำงานออกแบบ การทำงานในเชิงพาณิชย์ ธุรกิจ ต่างๆ สามารถนำมาใช้ได้โดยที่เราไม่ต้องไปจ้างนักถ่ายภาพ นักออกแบบ นักวาดภาพประกอบ จากทั่วทั้งโลก  ในราคาที่ถูกกว่ามากๆ เน้นว่ามากๆ  อีกทั้งยังประหยัดเวลา นำมาซึ่งการประหยัดต้นทุนที่ตามมา และเรายังสามารถเลือกประเภท สไตล์ ของงานได้หลากหลาย อีกด้วย

Castel Sant Angelo or Mausoleum of Hadrian in Rome Italy, built in ancient Rome, it is now the famous tourist attraction of Italy. Castel Sant Angelo was once the tallest building of Rome.

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น เราต้องการทำ Content ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เราอยากโปรโมท การท่องเที่ยวในหลายประเทศ ถ้าเราไม่ได้ซื้อภาพจากเว็บไซต์ มันก็มีทางเดียวที่เราจะสามารถนำภาพมาโปรโมทได้คือ บินไปถ่ายเองในหลายประเทศด้วย ซึ่งมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยใช่มั้ยล่ะ?

Colosseum in Rome and morning sun, Italy

ใครบ้างที่ซื้อภาพออนไลน์?

นอกจากเหล่าบริษัทออกแบบ หรือเอเจนซี่ในแวดวงโฆษณา ก็ยังมีอีกหลายๆ ธุรกิจเช่น คนที่ทำงานเกี่ยวกับเว็บไซต์, Blogger, งานภาพยนต์, ธุรกิจ SME, สายการบิน, การท่องเที่ยว ซึ่งที่ไม่ได้เขียนถึงก็มีอีกหลากหลายธุรกิจ หรือผู้ใช้งานมากๆ  ที่จริงก็สามารถบอกได้เลยครับว่า ธุรกิจไหนที่ต้องใช้ภาพ ก็ต้องมาซื้อภาพผ่านเว็บไซต์พวกนี้อยู่แล้วครับ

Freepik – www.freepik.com

เว็บนี้ถือเป็นเว็บโปรดของใครหลายคนก็ว่าได้ ตั้งแต่หัดทำกราฟิกจนเป็นมืออาชีพก็ยังคงแวะเวียนมาใช้งานเว็บไซต์นี้กันบ่อย  จนในแวดวงนักออกแบบแซวๆ กันเสมอว่าเดี๋ยวนี้เรามี “ Graphic Designer by Freepik” กันเป็นประจำ และในเว็บไซต์ของ Diydesignskill.com ก็เป็นลูกค้าของ Freepik เช่นกันครับ

ราคา: ~270 / ต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับช่วงโปรโมชั่นครับ)

ข้อดีของเว็บไซต์ Freepik

  • ไฟล์​ Vector คุณภาพ
  • ภาพถ่าย และภาพประกอบคุณภาพ Premium มีการจัดแสงถ่าย คุณภาพสตูดิโอถ่ายภาพ เกรดมืออาชีพ 
  • Template ประเภท Banner, Brochure, Business Card, Social Media แทบจะหยิบไปใช้งานได้เลย เพราะไฟล์พร้อมใช้มากๆ 
  • ราคาถูกมาก

ข้อจำกัด

  • จำกัดการดาวน์โหลดวันละ 100 File
  • เนื่องจากไฟล์ภาพแทบจะดู Set ถ่ายหมด หาภาพแยกแบบที่เอาไปรีทัช หรือประกอบร่างกับภาพอื่นยาก 
  • บาง Keyword ของเว็บนี้ยังมีภาพจำนวนไม่เยอะ

ข้อเสียน้อยมากๆ ประกอบกับราคาของมันถูกมากๆ ทำให้เว็บไซต์นี้เป็นที่นิยมสำหรับคนที่ทำ Blog, Website ธุรกิจ SME หรือ Freelance รายย่อย

Shutterstock – www.shutterstock.com

Shutterstock เป็นเว็บสากลสำหรับนักออกแบบทั่วโลกก็ว่าครับ และถือเป็นเว็บไซต์ที่มีจำนวนมากที่สุดในเหล่าเว็บไซต์ขายภาพ ซึ่งทำให้มีทั้งภาพที่มีคุณภาพปานกลาง จนถึงคุณภาพที่สูง

ราคา:  249$  / ต่อเดือน (750 ภาพ)

  • มีหลาย Rate ราคาครับ

ข้อดีของเว็บไซต์ Shutterstock

  • มีภาพจำนวนมากให้เราเลือกใช้ ทำให้แทบจะทุก Keyword มีในเว็บไซต์นี้
  • ไฟล์ภาพ และไฟล์ Vector มีคุณภาพหลากหลาย ทำให้เราสามารถหาภาพได้ทุกสไตล์ได้ในเว็บไซต์นี้ ถึงแม้เราจะหาภาพสิ่งของสักอย่าง ก็มีให้เลือกแทบจะทุกมุมด้วยซ้ำ 
  • Local Keyword มีพอสมควร
  • ระบบ Related keywords และ similar image ที่ดีในการค้นหาภาพ
  • สามารถใส่ Keyword และเลือกสีของภาพที่เราต้องการได้ อีกทั้งยัง Edit บางอย่างหรือปรับสีได้ด้วย
  • ภาพเทรนด์มีการอัพเดทอย่างรวดเร็ว

ข้อจำกัด

  • เรื่องราคาที่ค่อนข้างสูง
  • เนื่องจากภาพที่มีจำนวนสูงมากๆ ทำให้คุณภาพปะปนกัน ซึ่งเอาเข้าจริงเวลาที่ต้องการหาภาพที่ต้องการจริงๆ มันยากเหมือนกัน

ถ้าเรามีงบ และมีความต้องการใช้ภาพผมแนะนำเป็น Package รายเดือน 249$ ต่อเดือนนี่แหละครับ คุ้มมากๆ เหมาะกับแทบจะทุกธุรกิจถ้าไม่ติดเรื่องราคา ลองประเมินดูนะครับ สะดวกกับการทำงานสุดๆ บริษัทไหนที่มี Package นี้ให้กับ Designer ใช้ รักตายครับ

123RF – www.123RF.com

123RF เหมือนเป็นน้องๆ ของ Shutterstock ลักษณะการใช้งานและกลุ่มผู้ใช้งานคล้ายๆ กันครับ

ราคา: 199$  / ต่อเดือน (750 ภาพ)

– มีหลาย Rate ราคา

ข้อดีของเว็บไซต์ 123RF

  • มีภาพอาจจะครึ่งหนึ่งของ Shutterstock เมื่อเทียบกัน Keyword ต่อ Keyword แต่ราคาที่นี่ถูกกว่าเยอะเหมือนกันครับ (พันนิดๆ) 
  • คุณภาพมีครบเหมือนกับ Shutterstock 
  • Keyword เฉพาะทางมีให้เลือกใช้ หรือพวกศัพท์เทคนิค

ข้อจำกัด

  • ถ้ามองอีกมุมหนึ่งคือราคามันค่อนข้างสูง เทียบกับปริมาณภาพในเว็บไซต์
  • ภาพเทรนด์ อัพเดทช้ามาก และมีจำนวนน้อย

123RF เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สามารถใช้แทน Shutterstock ได้ประมาณหนึ่ง ด้วยราคาที่ถูกกว่า แต่อย่าลืมสำรวจก่อนซื้อว่า Keyword ในกลุ่มของ Business ที่เราทำมันพอจะครอบคลุมหรือไม่

สุดท้ายก่อนที่เราจะเลือกซื้อภาพ หรือไฟล์ Vector จากเว็บไหนก็ตามอย่าลืมสำรวจ Keyword ที่เราคิดว่าน่าจะถูกใช้บ่อยๆ หรือเป็นงานในสไตล์แบบที่เราทำ เพื่อความคุ้มค่า และเราอาจะพบภาพเดียวกันที่อยู่คนละเว็บไซต์ เราก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะว่าเจ้าของภาพสามารถไปลงขายภาพของตัวเองได้มากกว่าหนึ่งเว็บไซต์ครับ